เรียนต่อ แอดมิชชั่น

ค้นหาคณะที่ใช่ ก่อนตัดสินใจแอดมิชชั่น

ค้นหาคณะที่ใช่ ก่อนตัดสินใจแอดมิชชั่น จะจบมัธยมปลายแล้วแต่ยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนต่ออะไรดี? การไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรหรือถนัดอะไรนั้น ดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่นักเรียนมัธยมหลายๆคนกำลังเจอ ซึ่งบางครั้งเราอาจรู้อยู่ในใจแล้วว่าตัวเองชอบอะไร แต่มีเหตุผลที่เรียนไม่ได้ หรือพ่อแม่ไม่สนับสนุน เมื่อต้องตัดสินใจเลือกอะไรสักอย่างจึงดูเป็นเรื่องที่ยาก และคิดหนักเมื่อนึกต่อไปถึงหน้าที่การงานในอนาคต ดังนั้น น้องๆจึงจำเป็นต้องสำรวจตัวเองเพื่อรู้ให้ได้ว่า สิ่งไหนที่เราถนัด คณะไหนที่ใช่ หรือขัดใจเราน้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถเรียนได้ เขียนลิสต์สิ่งที่ตัวเองถนัดและสิ่งที่ตัวเองอ่อน อย่างแรกเลยคือการลองลิสต์ออกมาเป็นข้อๆว่ามีอะไรบ้างที่เราถนัดหรือพอจะทำได้ ไม่ได้อ่อนจนต้องโบกมือเซย์กู๊ดบาย และอะไรบ้างที่เราไม่ถนัดแบบที่ต้องยอมแพ้จริงๆ เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วแต่ฉันเป็นสิ่งนี้ให้เธอไม่ได้ เมื่อลองเอาทุกข้อมาเทียบกับคณะที่เราจะเรียนแล้ว ก็มาประเมินดูอีกทีว่าอันไหนที่เรามีความสุขมากที่สุด และอันไหนที่เรียนแล้วมีความสุขน้อยที่สุด เรียนไปก่อน ทำงานสายไหนค่อยว่ากัน บางครั้งคณะที่เราเลือกก็ไม่ใช่คณะที่เราอยากเรียนจริงๆเสมอไป แต่อาจจะด้วยเหตุผลที่เรามีตัวเลือกไม่มากนัก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเรียนไปก่อน เรียนในคณะที่คิดว่าตัวเองไหว หลังจากเรียนจบจะทำงานสายไหนค่อยคิดดูอีกที มีหลายคนที่เรียนจบแล้วทำงานไม่ตรงสายเพราะเรียนคณะที่รอดแล้วเลือกงานที่รัก หรือบางคนเรียนสิ่งที่รักแต่จบมาต้องเลือกงานที่ตัวเองทำแล้วรอด นั่นแปลว่าทุกอย่างย่อมต้องมีความยืดหยุ่น เราไม่อาจเลือกในสิ่งที่ชอบไปเสียหมดได้ เอาเป็นว่า ‘รอด’ ไว้ก่อนเป็นดี ศึกษาคณะที่จะเรียนตั้งแต่เนิ่นๆ การศึกษาเกี่ยวกับคณะที่เรียนนั้นสำคัญมาก เพื่อให้เรารู้ว่าถ้าเรียนคณะนี้แล้วจะต้องเจอกับอะไรต่อไป เนื้อหาวิชาที่เรียนประมาณไหน มีวิชาที่ต้องเตรียมรับมือเป็นพิเศษหรือเปล่า สามารถทำงานในสายงานไหนได้บ้าง คณะนี้ที่มหาลัยไหนหลักสูตรการสอนดีกว่า เริ่มจากการถามรุ่นพี่หรือคนรู้จัก แล้วจึงหาข้อมูลเพิ่มเติมในอินเตอร์เน็ต มีหลายเว็บที่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆมาตั้งกระทู้แชร์ประสบการณ์การเรียน สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเรา ท้ายที่สุดแล้ว เราก็จะได้ใช้ปากกาแดงวงเสียทีว่าคณะไหนที่เหมาะกับเราที่สุด

Read More
กระทรวงพาณิชย์ ปั้นนักกายภาพบำบัด เข้าสู่ธุรกิจด้านสุขภาพ

กระทรวงพาณิชย์ ปั้นนักกายภาพบำบัด เข้าสู่ธุรกิจด้านสุขภาพ

กระทรวงพาณิชย์ ปั้นนักกายภาพบำบัด เข้าสู่ธุรกิจด้านสุขภาพ             กระทรวงพาณิชย์ ผลักดันนักกายภาพบำบัด แนะให้หันมาเอาดีทางธุรกิจด้านสุขภาพ หลังพบว่า ประเทศไทยมีประชาชนเดินทางเข้ามารับบริการด้านการแพทย์มากขึ้น หวังขึ้นแท่นเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) และศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ หรือเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) ของโลก พร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การผลักดันนักกายภาพบำบัดดังกล่าว เป็นผลมากจากประเทศไทยได้รับการยอมรับว่ามีศักยภาพด้านการแพทย์ จนกลายเป็นที่รู้จักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของบุคลากรทางการแพทย์ ไปจนถึงในด้านการให้บริการที่มีคุณภาพ นอกจากนักกายภาพบำบัด บุคลากรทางการแพทย์และเครื่องมือทางการแพทย์ ก็ต้องมีความพร้อม ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเดินทางมาไทย เพื่อเข้ามารับการรักษาในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งการทำกายภาพบำบัด ก็อีกหนึ่งวิธีการรักษา ที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ภาครัฐฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมกันผลักดันพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และเครื่องมือทางการแพทย์ให้มีความพร้อมในการให้บริการในทุกรูปแบบ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อช่วยสร้างความได้เปรียบ พร้อมรองรับลูกค้าต่างชาติ แนวทางพัฒนานักกายภาพบำบัด ของกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และนักกายภาพบำบัด ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เพื่อช่วยเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านการบริหารและจัดการธุรกิจบริการสุขภาพ มุ่งหวังให้นักกายภาพบำบัด สามารถสร้างคุณค่าของวิชาชีพให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้างได้ มีศักดิ์ศรีเทียบเท่ากับแพทย์แขนงต่าง ๆ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์…

Read More
เพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิต ด้วยหลักสูตรอบรมที่อับอากาศ

เพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิต ด้วยหลักสูตรอบรมที่อับอากาศ

เพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิต ด้วยหลักสูตรอบรมที่อับอากาศ             หลักสูตรอบรมที่อับอากาศ มีความสำคัญต่อคนที่ต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต จากการขาดอากาศหายใจ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเอาชีวิตรอด ในหลักสูตร นอกจากจะสอนวิธีรับมือในการทำงาน ที่เสี่ยงต่อการ “ขาดออกซิเจน” ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตส่วนใหญ่แล้ว ยังมีสอนวิธีรับมือจากความเสี่ยงต่อเหตุกาณ์อื่น ๆ อีกด้วย ดังต่อไปนี้ หลักสูตรอบรมที่อับอากาศ ป้องกันความเสี่ยงการชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ คนที่รู้ตัว ว่าต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยงต้อการขาดอากาศหายใจ หลักสูตรอบรมที่อับอากาศ ถือมีความจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับพื้นที่เสี่ยงต้อการขาดอากาศหายใจมากที่สุด หมายถึง มีปริมาณออกซิเจนในสถานที่อับอากาศ น้อยกว่า 19.5 Vol.%  หรือมากกว่า 23.5 Vol.% ก็อาจทำให้ติดไฟได้ด้วย ซึ่งหลักสูตรอบรมที่อับอากาศ จะสอนให้ทราบถึงสาเหตุการติดไฟ หรือ การระเบิด เนื่องจากไฟจะใช้ออกซิเจนเพื่อการลุกไหม้  การแทนที่ออกซิเจนด้วยก๊าซอื่น เช่น มีเทน คาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจน เป็นต้น  เกิดการกัดกร่อน หรือ การเกิดสนิม เหล็กใช้ออกซิเจนจากอากาศไปในการเกิดสนิม และ การที่ออกซิเจนถูกใช้ไปในปฏิกิริยาหมัก หลักสูตรอบรมที่อับอากาศ ป้องกันความเสี่ยงจากปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดไฟ การระเบิด อีกสาเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งหลักสูตรอบรมที่อับอากาศ…

Read More
ธนาคารคะแนน แนวคิดใหม่ในโรงเรียนจีน ใช้กู้ยืมไปสอบได้

ธนาคารคะแนน แนวคิดใหม่ในโรงเรียนจีน ใช้กู้ยืมไปสอบได้

ธนาคารคะแนน แนวคิดใหม่ในโรงเรียนจีน ใช้กู้ยืมไปสอบได้             โรงเรียนมัธยมชื่อดังในประเทศจีนแห่งหนึ่ง ในเมืองหนานจิง ได้คิดค้นวิธีที่ทำให้นักเรียนไม่ต้องเผชิญกับความตึงเครียดและความกดดันมากเกินไปในขณะสอบ โดยการจัดตั้ง “ธนาคารคะแนน” ขึ้นมา เพื่อให้นักเรียนสามารถกู้ยืมคะแนนและนำไปบวกเพิ่มในรายวิชาที่ตนเองทำคะแนนไม่ดี หรือสอบไม่ผ่านได้ ทั้งนี้ “การกู้ยืมคะแนน” จะมีระบบพิจารณาคำร้องขอกู้ยืม ไปจนถึงอัตราคิดดอกเบี้ยที่เหมือนกับธนาคารจริงทุกประการ การกู้ยืมคะแนนนี้ ได้ถูกนำไปใช้กับนักเรียนจำนวน 49 คน ที่โรงเรียนตั้งเป้าไว้ว่า ต้องสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯได้ กฎของการเข้าใช้บริการธนาคารคะแนน นักเรียนทุกคนสามารถทำเรื่องกู้ยืมคะแนน เพื่อนำไปเพิ่มคะแนนในรายวิชาที่ตนเองคิดว่าต้องปรับปรุงและศึกษาเพิ่มเติม โดยนักเรียนต้องมาใช้หนี้คะแนนที่ถูกกู้ยืมไป ด้วยวิธีการทำคะแนนจากการสอบครั้งหน้าให้ดีขึ้นจนผ่านตามที่โรงเรียนกำหนดไว้ หากไม่จ่ายหนี้คะแนนได้ตามที่กำหนด ก็จะได้รับดอกเบี้ยเป็นคะแนนเพิ่ม อย่างไรก็ตาม การที่จะให้นักเรียนกู้ยืมคะแนนได้มากหรือน้อยนั้น ล้วนขึ้นอยู่กับคะแนนความประพฤติของตัวนักเรียนด้วย เช่น เข้าเรียนสม่ำเสมอและทำงานที่ได้รับมอบได้ไม่ขาดตกบกพร่อง สำหรับนักเรียนที่ไม่ใช้หนี้คะแนนที่ยืมมา จะถูกขึ้นบัญชีดำและไม่สามารถขอกู้คะแนนได้อีกต่อไป ธนาคารคะแนน ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการสอบของจีน ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า ธนาคารคะแนนนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการสอบอันเคร่งเครียดของจีน ที่มองเห็นคะแนนสอบมีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ส่งผลให้นักเรียนจำนวนมากต้องเผชิญกับความกดดันอย่างมาก จนนำไปสู่การฆ่าตัวตายไปหลายรายแล้ว สำหรับธนาคารคะแนนนั้น จะเน้นมุ่งวัดผลโดยรับฟังและให้โอกาสนักเรียนแก้ไขปัญหาของตนเองอย่างถูกต้อง มากกว่าการใช้คะแนนเพื่อการลงโทษเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นักเรียนหญิงผู้หนึ่งเผยว่า ตนเองได้ขาดเรียนไปเพราะป่วย ทำให้คะแนนสอบไม่ดี แต่ทางธนาคารให้กู้คะแนนมาใช้ก่อน ทำให้ผ่านมาได้ด้วยดี ทางด้านผู้ใช้สื่ออนไลน์ของจีน ได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นต่อระบบธนาคารคะแนนดังกล่าว…

Read More
สอนielts ก็ดี สอนเป็นสายลับก็มี กับคอร์สเรียนฟรีปี 2018

สอนielts ก็ดี สอนเป็นสายลับก็มี กับคอร์สเรียนฟรีปี 2018

สอนielts ก็ดี สอนเป็นสายลับก็มี กับคอร์สเรียนฟรีปี 2018             สำหรับคอร์สการเรียนการสอนielts และการเรียนเป็นสายลับในครั้งนี้ ทั้งหมดได้มากจาก  Futurelearn.com  เว็บศูนย์กลางที่เก็บข้อมูลการเรียนรู้มาทำเป็นดิจดิทัล ซึ่งตัวเว็บไซด์ดังกล่าว ได้รับความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยชั้นนำ รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ จากทั่วโลก ซึ่งคอร์สการเรียนการสอนielts และการเรียนเป็นสายลับในครั้งนี้ สามารถสมัครเข้าเรียนได้ฟรี ด้วยการสมัครเข้าเป็นสมาชิกเท่านั้น แต่จะมีข้อจำกัดบางประการคือ สามารถเข้าถึงสื่อการสอนต่าง ๆ อาทิ ลกเชอร์ วิดีโอ เอกสารประกอบ แค่ตอนที่คอร์สยังเปิดการสอนอยู่เท่านั้น และจะเข้าเรียนต่อได้หลังจบคอร์สไป 14 วัน หรือถ้าเสียเงิน ก็จะเข้าไปเรียนได้ตลอดเวลา และมีประกาศนียบัตรให้อีกด้วย สอนielts ฟรี กับคอร์ส Inside IELTS สุดยอดคอร์สการเรียนการสอนielts ฟรีประจำปีนี้ ไม่ว่าจะเรียนเพื่อนำไปใช้สอบ หรือจะนำไปใช้ศึกษาต่อในประเทศทางยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหราชอาณาจักร หรือจะนำไปใช้ในที่ทำงานก็ดีไม่น้อย เพราะคอร์สนี้ก็แปลได้ตามชื่อเลยว่า “เป็นการเตรียมสอบกับผู้เชี่ยวชาญ” สำหรับการสอนielts นั้น มีเจ้าของคอร์สก็คือ Cambridge Assessment English ถือเป็นส่วนหนึ่งของ University…

Read More
คุณลักษณะของครูที่ดี ย่อมเป็นที่รักของเหล่านักเรียน

คุณลักษณะของครูที่ดี ย่อมเป็นที่รักของเหล่านักเรียน

คุณลักษณะของครูที่ดี ย่อมเป็นที่รักของเหล่านักเรียน             การประกอบอาชีพ “ครู” ว่ายากแล้ว แต่การเป็นคุนครูที่ดี เป็นแบบอย่างให้แก่เด็กนักเรียนได้เป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า เนื่องจากสังคมไทยส่วนใหญ่ต่างตั้งความหวังเอาไว้ว่า “ครู” จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกศิษย์ผู้ที่จะเติบโตมาเป็นทรัพยากรที่ช่วยสร้างคุณภาพให้แก่สังคม ตามธรรมชาติของผู้ประกอบอาชีพครูล้วนแล้วต้องเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมาย ฉะนั้นผู้การเป็นครูจึงจำเป็นต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และใฝ่พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 1.รอบรู้ในเรื่องวิชาการ และตัวเด็ก จัดการสอนให้มีประสิทธิภาพ ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจในด้านวิชาการ และความเข้าใจในตัวของลูกศิษย์ที่ครูมีหน้าที่สอน เพื่อปรับวิธีการเรียนการสอนให้เข้ากับทางบริบทของโรงเรียน และในห้องเรียนชั้นนั้น ๆ โดยเฉพาะการให้ให้คำแนะนะ ให้คำปรึกษาแก่เด็กนักเรียนได้ทั้งเรื่องการเรียนและเรื่องอื่น ๆ อีกทั้งยังต้องจัดเตรียมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยเตรียมการสอนล่วงหน้าอย่างมีเป็นระบบและครบทุกขั้นตอน พร้อมทั้งวางแผน จัดสิ่งแวดล้อมในห้องเรียนให้เหมาะสมแก่ผู้เรียน และจัดทำกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กนักเรียนมีส่วนร่วมกันอย่างทั่วถึง พร้อมทำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดความเข้าใจในบทเรียนมากขึ้น 2.มีความเมตตากรุณา ยุติธรรม ครูผู้สอนต้องมีความสนใจและห่วงใยในการเรียนและความประพฤติของตัวผู้เรียนเอง คอยแนะนำเอาใจใส่ช่วยเหลือเด็ก และเพื่อนร่วมงานให้ได้รับแต่ความสุข ควรเป็นกันเองกับผู้เรียนเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้สึกเปิดเผย กล้าคิดกล้าแสดงออก ไว้วางใจและเป็นที่พึ่งได้ นอกจากนี้แล้วควรมีความยุติธรรม และรู้จักเอาใจใส่ต่อตัวผู้เรียนและเพื่อนร่วมงานทุกคนด้วยความเสมอภาค ไม่ลำเอียงตัดสินปัญหาของผู้เรียนด้วยความไม่ชอบธรรม มีความเป็นกลางเสมอ พร้อมยินดีช่วยเหลือผู้เรียน ผู้ร่วมงานและผู้บริหาร โดยไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง 3.มีความรักและศรัทธาในอาชีพครู รู้จักพัฒนาตนเอง ครูที่ดีนั้นต้องรู้จักประเมินผล ปรับปรุงการทำงานของตนอยู่เสมอ พร้อมน้อมรับฟังคำวิพากษ์วิจารย์และนำมาพัฒนาแก้ไขให้ ยอมรับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ…

Read More

ค่าตอบแทนของวิชาชีพผู้ช่วยแพทย์ของการเรียนผู้ช่วยพยาบาล

ค่าตอบแทนของวิชาชีพผู้ช่วยแพทย์ของการเรียนผู้ช่วยพยาบาล หลักสูตรการเรียนผู้ช่วยพยาบาลจะได้รับรายได้ 8,000 – 15,000 บาท ต่อเดือนโดยประมาณ และขึ้นอยู่กับความขยันในการรับเวรเสริมของแต่ละคน เงินค่าทำงานล่วงเวลา (O.T.) ในอัตราเฉลี่ยวันละ 350 – 500 บาท ประกันสุขภาพ ประกันสังคม หรือสวัสดิการเพิ่มเติมจากสถานประกอบการนั้นๆ สถานที่ทำงาน เช่น โรงพยาบาล คลีนิครักษาโรคทั่วไป (เวชกรรม-ศัลยกรรม-ทันตกรรม) ร้านขายยา รวมทั้งสถาบันเสริมความงามต่างๆ หรือโรงเรียน สำหรับตำแหน่งผู้ช่วยครูพี่เลี้ยง เป็นต้น สำหรับสถานที่ทำงานรูปแบบอื่นๆ เช่น บริษัทหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และสามารถทำงานในต่างประเทศ สำหรับตำแหน่งผู้บริบาลผู้สูงอายุ เป็นต้น การดูแลผู้ป่วยและปฏิบัติหน้าที่ของนักเรียนผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาลจะต้องทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด คอยพูดคุยสอบถามชีวิตประจำวันและอาการเจ็บป่วยต่างๆ ดูแลในเรื่องอาหารการกินในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีอาการดีขึ้นหรือสามารถดูแลตนเองในเบื้องต้นได้ การฟื้นฟูสภาพกายและจิตใจของผู้สูงอายุถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ผู้ช่วยพยาบาลควรปฏิบัติ โดยการเรียนผู้ช่วยพยาบาลที่ต้องทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยนั้น จะต้องมีความรู้และความสามารถ เช่น ช่วยผู้ป่วยพลิกตัวบ่อยๆ การอาบน้ำทำความสะอาดผู้ป่วย ป้อนอาหารหรือทำอาหารให้ผุ้ป่วย เคลื่อนย้ายร่างกายผู้ป่วย ซื้อของใช้ที่จำเป็นของผู้ป่วยหรือจำเป็นต่อการรักษาอนามัย จัดเตรียมยาประจำตัว ที่สำคัญคือคอยให้กำลังใจและทำความเข้าใจกับผู้ป่วยอย่างใส่ใจ การพิจารณาคัดเลือกก่อนเรียนผู้ช่วยพยาบาลของโรงเรียน การเรียนผู้ช่วยพยาบาลกำหนดวุฒิการศึกษาขั้นต่ำคือ มัธยมตอนปลาย…

Read More
เรียน IELTS

เรียนเพื่อสอบ IELTS ต้องเตรียมตัวอย่างไร

           IELTS (International English Language Testing System) เป็นการสอบวัดผลภาษาอังกฤษนานาชาติ ซึ่งเป็นระบบที่ไว้สำหรับทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่มีวัตถุประสงค์ที่จะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศอย่างประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา อังกฤษ นิวซีแลนด์ อเมริกา ที่ยอมรับผลการสอบ IELTS             การสอบ IELTS จะให้ความสำคัญในทักษะของ ฟัง พูด อ่าน เขียน โดยคะแนนจะแยกออกจากกัน ผลที่ได้จะมีความแม่นยำและชัดเจนมาก จึงเป็นการสอบที่มีการวัดความสามารถในการใช้ภาษาได้อย่างชัดเจน การเรียน IELTS จะต้องทราบว่าข้อสอบจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชุด ตามระดับการศึกษา โดยข้อสอบทั้ง 2 ชุด มีดังนี้ Academic Module เพื่อการศึกษาต่อ สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาหรือสูงกว่าในทุก ๆ สาขา ทั้งในระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญาเอก General Training Module เพื่อการฝึกอบรม สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่ต่ำกว่าปริญญาตรี…

Read More
สนับสนุนลูกให้เรียนภาษาอังกฤษ ตัวต่อตัวกับคุณครูต่างชาติ

สนับสนุนลูกให้เรียนภาษาอังกฤษ ตัวต่อตัวกับคุณครูต่างชาติ

สนับสนุนลูกให้เรียนภาษาอังกฤษ ตัวต่อตัวกับคุณครูต่างชาติ การสนับสนุนลูกให้เขาได้มีโอกาสเรียนภาษาอังกฤษ ตัวต่อตัว ไม่ว่าจะเป็นการเรียนกับคุณครูชาวต่างชาติหรือจะเป็นครูคนไทย เป็นการสนับสนุนลูกหรือเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้มีความกล้าแสดงออกและมีบทบาทหน้าที่ของตนเองมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเด็กในยุคปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่มักจะมีโลกแคบ ความคิด การตีกรอบ และความเป็นส่วนตัวที่เป็นของตนเองสูงกว่าสมัยก่อนมาก ซึ่งเหตุผลต่างๆเกิดจากปัจจัยเรื่องการเลี้ยงดูแล การอบรมสั่งสอน การมอบความรัก การให้ความอบอุ่น รวมทั้งยังขาดการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับคนในครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้เด็กมีความคิดเป็นของตนเองมากขึ้น แต่กลับมีความอดทนต่อแรงกดดันที่ค่อนข้างน้อยมากเกินควร ดังนั้นการส่งเสริมหรือผลักดันให้ลูกได้มีความกล้าแสดงออก โดยเริ่มจากการเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวกับคุณครูที่เดินทางมาสอนถึงบ้าน หรือจะลองเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนแบบส่วนตัวกับเพื่อนที่สนิทก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่างจากคนอื่นๆมากกว่าเดิม ช่วยให้เด็กมีความอดทนมากขึ้น และยังช่วยให้เขาสามารถรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหากในอนาคตนั้น ลูกของคุณจำเป็นต้องไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนประจำที่อยู่ไกลออกไปบ้าน เขาเองก็จะมีภูมิคุ้มกันจิตใจของตนเองและมีความรักตัวเองดีพอจนสามารถเผชิญกับปัญหาชีวิตตามพื้นฐานของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี   ถามว่า.. การเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวนั้นแตกต่างจากการเรียนแบบรวมอย่างไร? เมื่อเกิดคำถามว่า การเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวนั้นถือว่าค่อนข้างแตกต่างจากการเรียนแบบรวมกลุ่มเป็นอย่างมาก เนื่องจากการเรียนภาษาอังกฤษแบบกลุ่มนั้นอาจจะทำให้เด็กเกิดความอับอาย หรือไม่มีความกล้าเพียงพอที่จะแสดงออกถึงความสามารถที่ตนเองมี ซึ่งเขาอาจจะมีความกังวลว่าตนเองนั้นอาจจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับคนที่เก่งกว่า แล้วก็ไม่กล้าแสดงความสามารถของตนเองออกมา แต่สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัว จะช่วยให้เด็กรู้สึกว่าตนเองก็เป็นคนที่มีความสามารถ และมีความรู้สึกว่าเป็นกันเองกับครูผู้สอน จึงไม่ทำให้เกิดความกังวลใจเรื่องการแสดงออก แสดงความสามารถ หรือแสดงความรู้ที่ตนเองมีอยู่ได้อย่างเป็นประโยชน์อันสูงสุดนั่นเอง      

Read More
เลือกเรียนพิเศษเฉพาะบางวิชา ดีกว่าการเรียนทุกๆวิชาอย่างไร

เลือกเรียนพิเศษเฉพาะบางวิชา ดีกว่าการเรียนทุกๆวิชาอย่างไร

เลือกเรียนพิเศษเฉพาะบางวิชา ดีกว่าการเรียนทุกๆวิชาอย่างไร มีพ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนที่เชื่อในความคิดของตนเองว่า ลูกหลานของพวกเขาจะต้องได้รับการศึกษาเล่าเรียนและสามารถจบการศึกษาได้ในระดับสูง แต่พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าตนเองนั้น กำลังขาดความคิดไตร่ตรองในเรื่องความรู้ ความสามารถ และความชอบของลูกหลานตนเอง โดยการบังคับหรือส่งพวกเขาให้ไปเรียนในสิ่งที่คุณคิด(เพียงลำพัง)ว่าคุณชื่นชอบสิ่งเหล่านี้ และนี้คือหนทางของชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะสามารถมอบให้พวกเขาได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นไปตามที่คุณคิดเสมอไป และในทางตรงกันข้าม พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีความเชื่อมั่นหรือรู้จักนิสัยใจคอลูกหลานของตนเองดีพอ พวกเขาเหล่านั้นก็จะส่งเสริมทุกทางเท่าที่จะสามารถทำได้ อีกทั้งยังคอยเป็นกำลังแรงใจและให้การสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเรียนขั้นพื้นฐาน การเรียนพิเศษ การเล่นกีฬา ความสามารถพิเศษ รวมทั้งงานอดิเรกที่พวกเขานั้นสามารถทำมันออกมาได้ค่อนข้างดีกว่าคนอื่นๆ และไม่จำเป็นต้องเสียเงินแพงๆเพื่อไปเรียนพิเศษให้ครบทุกวิชา   อนาคตในวันข้างหน้า สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นแรงพลักดันให้พวกเขามีความสามารถ มีความมั่นใจ และกล้าที่จะแสดงออกในสิ่งที่เขารักและสามารถทำมันได้อย่างดีกว่าคนทั่วไปได้   คนที่ไม่ได้เรียนเก่งครบทุกวิชา แต่มีความสามารถเพียงวิชาเดียวแบบขั้นสูงสุด ก็สามารถดำเนินชีวิตและผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆที่ผ่านเข้ามาได้โดยไม่แพ้คนเรียนเก่ง กับ… คนที่เรียนไม่เก่ง แล้วถูกบังคับให้ไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมทุกๆวิชา ด้วยความฝืนใจทน ผลลัพธ์ของมันจะแตกต่างกัน เหตุผลก็คือ พวกเขาเหล่านั้นจะถูกกดขีดความสามารถของตนเองเอาไว้ โดยที่ไม่รู้สึกถึงความเป็นตัวของตัวเองเหมือนกับคนที่ได้แสดงความสามารถของตนเองออกมาแล้วได้รับการชื่นชมยอมรับจากคนรอบข้าง  

Read More